วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

How to make Sitemap

วิธีการทำแผนผังเว็บไซต์

เรามาทำแผนผังเวบไซต์ หรือ Sitemap กันเถอะ ง่ายมากไม่ยากอย่างที่คิด


1. ไปที่แผงควบคุมแล้วเลือกบทความใหม่



2. ตั้งชื่อบทความที่สามารถสื่อได้ว่าบทความนี้คือสารบัญของเนื้อหา



3. วางโค้ดด้านล่างนี้ลงใปในบทความและทำการบันทึก


{<script src="http://www.abu-farhan.com/script/daftarisiblogger/blogtoc-min.js"> 
</script>


<script src="http://iloveuphuket.blogspot.com/feeds/posts/default?max-results=9999&amp;alt=json-in-script&amp;callback=loadtoc"> 
</script>}



แก้ไขโค้ดสีแดงเป็นชื่อบล้อกของคุณ


4. สร้างลิงค์มายังบทความนี้ ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น 


4.1. Add  Gadget ที่ sidebar 


4.1.1 เลือก Gadget  ชนิด รูปภาพ แล้วใส่ลิงก์เชื่อมโยงมายังบทความนี้






4.1.2 เลือก Gadget  ชนิด รายชื่อลิงก์ แล้วใส่ลิงก์เชื่อมโยงมายังบทความนี้






4.2. เชื่อมโยงจาก navigtion menu โดยตรง โดยจะต้องเข้าไปแก้/เพิ่มเติมเมนู โดยการแก้ไข HTML


ผมแนะนำให้เลือกวิธีที่ถนัดที่สุดแล้วกันนะครับ


หมายเหตุ บทความที่แสดงในตารางสารบัญนี้จะต้องเป็นบทความที่ติดป้ายกำกับแล้วเท่านั้น
และเช่นเคยครับหากมีข้อสงสัยประการใดสอบถามได้เลยครับ

ป้ายกำกับ:

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

How to Apply BLOGGER

วิธีสมัคร BLOGGER

สิ่งแรกที่ต้องมีในการสมัคร Blogger คือ E-mail ของ Gmail เท่านั้นครับ ซึ่งในส่วนของการสมัคร E-mail คงจะนำมาสอนเป็นขั้นเป็นตอนเพราะมันง่ายมากครับ

สำหรับใครที่สมัคร Gmail เรียบร้อยแล้ว สามารถทำตามวิธีดังต่อไปนี้เลยครับในการสมัคร Blogger มาใช้งานกัน

1. สามารถเปลี่ยนภาษาทางด้าน ขวาบน ได้หลากภาษาครับ จากนั้นคลิ๊กที่สร้างบล๊อกดังรูปครับ

วิธีสมัคร BLOGGER

2. ตั้งชื่อส่วนหัวของบล๊อก ตั้งชื่อบล๊อก จากนั้นก็ คลิ๊กดำเนิกการต่อ ดังรูปครับ

วิธีสมัคร BLOGGER


3. เลือกแม่แบบ หรือ Theme (หน้าตาบล๊อก) จากนั้น คลิ๊ก ดำเนินการต่อ ดังรูปครับ

วิธีสมัคร BLOGGER

4. เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ คลิ๊ก เริ่มต้นการเขียนบล๊อก ได้ทันทีเลย ดังรูปครับ

วิธีสมัคร BLOGGER


ป้ายกำกับ:

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Use Google Translate to write articles in English

มาใช้ Google Translate มาเขียนบทความภาษาอังกฤษกันเถอะ

กฏข้อที่ 1 ใช้คำง่ายๆ
ภาษาอังกฤษมีตัวอักษร 26 ตัว เทียบกับภาษาไทย 44 ตัว แค่เรื่องจำนวนมันก็ต่างกันคนล่ะชั้นแล้วครับ
คำศัพท์ของไทยเรานั้น มีมากมายจน GGT (Google Translate) ไม่สามารถจดจำได้หมด คำเดียวกันแต่มีวาระการใช้ต่างกันมากมายหลายแบบ ต่างจากภาษาอังกฤษ ซึ่งภาษาพูดของเขานั้น ใช้กันอยู่ไม่ถึงพันคำ วนไปวนมา ไอ้นั่นสลับไอ้นี่ ก็สื่อสารกันได้เข้าใจแล้ว

ดังนั้น เวลาจะหลอกใช้น้องเค้า ก็ให้เราคิดว่าพูดกับ Computer ที่ฉลาดน้อยกว่าเรา ใช้คำง่าย ๆ แปลได้ตรง ๆ แต่รวมแล้วสื่อความหมายเข้าใจ ไม่ต้องเน้นคำแสดงอารมณ์ ไอ้คำประเภท “โอ้โห มันสุดยอดมาก ๆ เลย นะครับ เจ๋งไปเลย คุ้มสุด ๆ” แบบนี้แปลยังไงก็สื่อกันไม่เข้าใจ

ลดคำลดอารมณ์ลงมาเหลือแค่ “ผมคิดว่ามันดีมาก” ,   “ผมคิดว่ามันคุ้มค่ามาก”, “ผมชอบมันมาก”
ดู ทื่อ ๆ แข็ง ๆ ไร้อารมณ์ เหมือน คอมพิวเตอร์ในหนังที่ซึ่งมักจะสื่ออารมณ์ออกมาเยี่ยงนี้  ใครไม่เข้าใจอารมณ์คอมพิวเตอร์ ให้ไปดูหนังเรื่อง 2002 Space Odyssey

หลาย ๆ ครั้งที่เราจะต้องมีการแปลกลับไปกลับมาเพื่อตรวจสอบความหมายที่เราต้องการจะ สื่อว่าถูกต้องหรือไม่ ก็จงทำไปเถอะ เลือกคำศัพท์ภาษาไทยที่ง่าย  ๆ  แม้กระทั่งเด็ก ป.3 ยังเข้าใจ
แบบนั้นจะใช้ได้ดีกับ GGT (Google Translate)

กฏข้อที่ 2 รู้จักจุด G.SPOT

จุดนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรต่างกับ จุดฟูลสต๊อบ แบบที่เราเรียนภาษาอังกฤษกันตอน ป.6 ว่า เขียนจบประโยคแล้วให้ใส่ . ด้วยนะ

ใส่ จุด ในภาษไทยเนี่ยนะ…?

เราใช้ จุด เพื่อแสดงให้น้อง GGT (Google Translate) เห็นว่า เออ น้องแปลถึงแค่นี้ล่ะนะ ไม่ต้องสะเออะทำเก่งไปรวมเอาคำอื่น ๆ มาแปลด้วย เดี๋ยวพี่หงุดหงิด ซึ่งต่างอารมรณ์จากการเขียนบทความภาษาไทยเลยนะครับ อันนั้นเราซัดกันยาว ๆ เมพ ๆ ร่ายร้อยเรื่อยเรียงกันมาเป็นชุด ๆ

ถ้าเราเขียนแบบนี้ให้น้อง GGT (Google Translate) แปล มีแต่ เน่ากับเจ๊งครับ  เพราะน้องเค้าจะแปลออกมาเป็นภาษาท้องถิ่นของชนเผ่าในดาวคริงก้อน

ความยากมันจะอยู่ที่บทความแรก ๆ ที่เราจะป้อนให้น้องเขาแปล เพราะเราต้องมาสั่งสมองของเราว่า ให้หยุดเป็นช่วง ๆ ใครที่เขียนแบบติดลมอาจหยุดยากหน่อย ต้องไปอ่านตำราหมอ นพพร ว่า จะให้หยุดนั้น ทำอย่างไร ง่าย ๆ แค่บังคับใจตัวเองเท่านั้น

สำคัญอีกอย่างคือ  ซัดประโยคยาว ๆ น้องก็มึนได้เหมือนกันครับ เน้นประโยคไม่ต้องยาวนัก เอาพอดี ๆ คิดคำง่าย ๆ ประโยคไม่ยาว เริ่มเห็นทางแล้วใช่มั้ยครับ

กฏข้อที่ 3 ทับศัพท์ไปเลย

บางคีย์เวิร์ด หรือ ยี่ห้อสินค้าที่มีลักษณะเป็นประโยคยาว ๆ บางที่ เมื่อเราพิมพ์เป็นไทยไปแล้ว น้อง GGT เค้าก็ไม่รู้จักครับ

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ให้เราใช้ ภาษาอังกฤษในประโยคภาษาไทยของเราเลย เพื่อบังคับแบบขืนใจว่า เฮ้ย น้องไม่ต้องแปล พี่จัดให้แล้ว แบบนี้จะได้รูปประโยคที่รวมกับ คีย์เวิร์ดได้อย่างถูกต้อง

เหมือนผมจะโม้มาก ก็แค่ 3 ข้อ พล่ามอะไรมายืดยาว ตัวอย่างก็ไม่มีให้ดู….
ผมก็ไม่รู้จะเอาตัวอย่างอะไรมาให้ดู ก็ขอเอา บทความที่ผมเขียนขึ้นจากทฤษฎีของผม ที่ลงไว้ในตอนที่ผ่านมามาให้ดูเป้นตัวอย่างก็แล้วกันครับ

โดย ภาษาไทยที่เห็นนั้น เป็นชุดที่สามารถ Copy + Paste ลงในช่อง GGT ได้เลย ผมจัดคำจัดประโยคมาเรียบร้อยแล้ว ขอให้เพื่อน ๆ เอาไปศึกษา สังเกต ต่อยอด คิด ทบทวน ทำซ้ำ ปรับปรุงจนได้เทคนิคของตัวเองในการเขียนบทความภาษาอังกฤษนะครับผม

หวัง ว่า น้อง ๆ พี่ ๆ เพื่อน ๆ มือใหม่ หรือ มือเก่า ที่คิดจะเขียนบทความ ที่คิดที่จะเริ่มโดยการ ตัดต่อพันธุกรรมคงหันมามองวิธีนี้ดูบ้างนะครับ

เพราะ วิธีการผสมพันธ์ทรานเสลทแบบนั้น มันจะทำให้เราได้ ซอมบี้ครับ ซอมบี้ที่ไม่ค่อยจะทำงานเท่าไหร่  ส่วนวิธีนี้ Unique Freshy Very Sprite 100% ครับ

อ้างอิงบทความจาก : http://www.seosamutprakarn.com


ป้ายกำกับ:

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มาติดตั้ง meta tag ลงใน blogger กันเถอะ

มาติดตั้ง meta tag ลงใน blogger กันเถอะ

ก่อนอื่นเราเข้าไปที่เข้า Edit Html ของ Template แล้วหาโค้ด

<b:include data='blog' name='all-head-content'/>

จากนั้นวางโค้ดต่อไปนี้ถัดจากโค้ดดังกล่าว






<meta name="keywords" content="xxxxx, xxxxx, xxxxx, xxxxx, xxxxx, xxxxx, xxxxx, xxxxx, xxxxx" />
<meta name="description" content="xxxx, xxxx, xxxxx, xxxxx" />
<meta name="author" content="xxxxx" />
<meta name="robots" content="all" />


หลังจากนั้นเราก็เปลี่ยน content ในส่วน keyword , content ในส่วน description และ author content ให้เป็นคำที่สัมพันธ์กับบล็อก /เว็บไซต์ของคุณ แล้วก็บันทึกแม่แบบ เ็ป็นอันเสร็จสิ้น

หรือ หาโค๊ดนี้ครับ

{<head>
 <b:include data='blog' name='all-head-content'/>
 <title><data:blog.pageTitle/></title>
 <b:skin><![CDATA[/*}

แล้วแทนด้วยโค๊ดนี้ครับ

{<head>
<b:include data='blog' name='all-head-content'/>
<b:if cond='data:blog.url == &amp;quot;http://เปลี่ยนตรงนี้ให้เป็นที่อยู่เว็บไซต์คุณ.com/&amp;quot;'>
<meta content='DESCRIPTION' name='description'/>
<meta content='KEYWORDS' name='keywords'/> </b:if>
<b:if cond='data:blog.pageType == &amp;quot;item&amp;quot;'>
<title> <data:blog.pageName/> | <data:blog.title/> </title> <b:else/> <title>
<data:blog.pageTitle/>: ใส่ Descript เว็บไซต์คุณ </title> </b:if>
<b:skin><![CDATA[/* }


ป้ายกำกับ:

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ความรู้ BLOGGER

ความรู้ BLOGGER

ประวัติความเป็นมาของ Blogger

ความรู้ BLOGGER


Blogger เริ่มต้นจากบริษัทเล็กๆ ในซานฟรานซิสโกในปี 1999 นับตั้งแต่ Blogger เปิดตัวก็ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของเว็บ สร้างผลกระทบต่อการเมือง เขย่าวงการสื่อสารมวลชน และทำให้คนนับล้านได้แสดงออกและติดต่อกับ
บุคคลอื่น ณ.ปัจจุบัน Blogger ได้ถูกซื้อไปอยู่ในความครอบครองของ Google เรียบร้อยแล้ว

Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านั่นคือบล็อก (Blog)

ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น WordPress, Movable Type เป็นต้นผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจาก การเขียนเป็นงานอดิเรก ของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญ ให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูล ตั้งแต่เรื่องการเมือง ไปจนกระทั่ง เรื่องราวของการประชุม ระดับชาติ
และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ ที่สำคัญอย่างแท้จริง
Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง

มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้นจุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง


blogger.com เมื่อเริ่มให้บริการในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2542

ความรู้ BLOGGER
หน้าของ BLogger สมัยก่อน
ความรู้ BLOGGER
หน้าของ BLogger แบบต่อมา
หน้าของ BLogger ล่าสุด

ทำไมต้องใช้ Blogger

1. ใช้งานง่าย แค่มีบัญชีอีเมล์ของ Google นั่นก็คือ Gmail คุณก็สามารถสร้าง Blog ออกมาได้นับไม่ถ้วน
2. ปรับแต่งง่าย มีเทมเพลต พร้อมทั้ง Gadget มากมายให้เลือกใช้ เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวของคุณ
3. ไม่ล่ม แน่นอนครับก็มี Google ดูแลอยู่นี่นา
4. ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด สามารถนำมาติดโฆษณาหารายได้จาก Google Adsense ได้อย่างง่าย ๆ หลาย ๆ คนเอามันมาเป็นสะพานเพื่อสมัคร Google Adsense

ป้ายกำกับ:

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

การทำ SITEMAP ให้ BLOGGER

การทำ SITEMAP ให้ BLOGGER

Sitemap เป็นบริการหนึ่งของทาง Google Webmaster Tool ก็คือบริการที่เปิดให้เรานำเว็บไซต์ของเราไปอยู่ในฐานข้อมูลของ Google เพื่อให้ Google นั้นสามารถส่ง Bot ออกมาเก็บข้อมูลใหม่ๆที่เราอัพเดตตลอดเวลา ดังนั้นการทำ Sitemap จึงมีผลดีในด้านการทำ SEO และช่วยให้เว็บของเราติด Index ได้อย่างรวดเร็วครับ

การทำ Sitemap ให้ Blogger อันดับแรกให้เราเข้าไปที่  Google Webmaster Tool จากนั้นให้เราทำการ Login โดยใช้ Gmail ของเราครับ จากนั้นให้เราใส่ Url ของ Blog เราลงไปดังรูป




เสร็จแล้วเราจะต้องทำการยืนยัน โดยทาง Google Webmaster Tool จะให้เราใส่โค้ดลงไปใน Blog ของเรา ดังรูปครับ



1. ให้เราเลือกวิธียืนยันครับว่าจะใช้วอธีไหน ให้เราเลือก Add a meta tag ครับ
2. ให้เรา Copy โค้ดในช่องไปใส่ในในส่วนของ แก้ไข Html ใน Blogger เราครับ
3. ใส่โค้ดที่เรา Copy มาหลัง Tag ก่อน ดังรูปครับ
4. เมื่อเราทำการใส่โค้ดลงไปแล้วให้เรากดทำการยืนยันที่นี้ได้เลย
5. จากนั้นให้เราเข้าไปที่เมนู Sitemap ครับ แล้วใส่ atom.xml ดังรูปครับ


เมื่อใส่ atom.xml แล้วทำการ Submit Sitemap แล้วก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ จะขึ้นดังรูปครับ


เท่านนี้ Sitemap เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ จากนั้นก็รอ Bot เข้ามาเก็บข้อมูลเรื่อยๆ เมื่อเราอัพเดตเนื้อหาใหม่ทุกๆครั้งครับ

ป้ายกำกับ:

เรามา ปรับแต่ง TITLE ของ BLOGGER ให้ถูกหลัก SEO กันเถอะ

เรามา ปรับแต่ง TITLE ของ BLOGGER ให้ถูกหลัก SEO กันเถอะ

ในการทำ Blogger ให้ถูกหลัก SEO ในส่วนของ Title ซึ่งจะต้องเป็นส่วนที่แสดงก่อนตามชื่อของแต่ละหัวข้อบทความ เมื่อคุณเข้า Edit Html ของ Template ของคุณจะพบกับ Code นี้ครับ ซึ่งจะอยู่ใสส่วนแรกดังรูปครับ

{<title><data:blog.pageTitle/></title>}

ให้เราใส่โค้ดด้านล่างนี้แทนโค้ดที่ผมตีกรอบสีแดงด้านบน





<b:if cond='data:blog.pageType == &quot;index&quot;'>
    <title><data:blog.title/></title>
    <b:else/>
    <title><data:blog.pageName/></title>
    </b:if>


เมื่อแทนที่โค้ดเสร็จเรียบร้อยแลล้วจะเป็นดังนี้ ตามรูปครับ



จากนั้นกดบันทึกก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งจะมีผลด้าน SEO มากทีเดียว

มันจะมีผลก็คือ Bot ของ Google มันจะเห็น Keyword หรือคำที่เราเน้นเป็น Title ของเราครับ ทำให้ Bot รู้ว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรในแต่ละหน้าของ Blog เราครับ ทำให้ผลด้าน SEO นั้นดีขึ้นมากครับ

ป้ายกำกับ: